web analytics

“ฮูเปอร์” ขโมยซีน ช่วยชีวิตน้องไก่

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้เดือดปรอทแตกจนกระทั่งคู่สุดท้ายของคืนวันอาทิตย์ที่ดันมีดราม่าขโมยซีนช่วงทดเจ็บ 90+4 (จาก 5)

แมนฯซิตี้ เสมอ 3 เกมติดกับทีมหัวบนตาราง 4-4 vs เชลซี, 1-1 vs ลิเวอร์พูล และ 3-3 vs สเปอร์ส

จังหวะดังกล่าว แมนฯซิตี้ กำลังได้สวนกลับโดยที่ เออร์​ลิ่ง ฮาลันด์ ลงมาล้วงบอลแล้วถูกสะกิดจากด้านหลังเสียหลัก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผู้ตัดสิน ไซมอน ฮูเปอร์ ที่คาบนกหวีดเตรียมเป่าแล้วแต่ทันทีที่ “จอมมารบลู” ลุกขึ้นมาเล่นต่อแกทำสัญญาณมือปล่อยให้เล่นต่อ

แต่พอบอลกำลังทะลุหลุดไปถึง แจ็ค กรีลิช ที่หลุดเดี่ยวเตรียมดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตูปรากฏ…

ปรี๊ด!! เป่าฟาว์ลให้มาตั้งเตะซะงั้น!!

ร้อนเลยครับทั้งนักเตะและสต๊าฟโค้ช มะรุมมะตุ้มจน ฮูเปอร์ หน้าถอดสีผมร่วงหมดหัว

นี่คือการตัดสินที่ง่อยแดกสุดๆ ตอกย้ำว่าสิงห์เชิร์ตดำชาว “ผู้ดี” ขาดการศึกษาและความเข้าใจในเกมฟุตบอลอย่างมากถึงมากที่สุด

ผมพยายามดูภาพช้าคือ ฮูเปอร์ ผายมือให้ได้เปรียบแต่พอบอลกำลังข้ามหัว 3 แนวรับ สเปอร์ส ไปถึง กรีลีช แกเป่าว่ะครับ

ความเป็นไปได้อย่างเดียวคือแกมองว่าล้ำหน้าเลยนึกว่าไม่ได้เปรียบแต่เอ๊ะ “ไลน์แมน” ไม่ได้ตีธงมันก็ควรเล่นต่อ ยิงเข้าไม่เข้ามันมี VAR อยู่แล้วป่าว?

ในฐานะแฟน “หงส์” ที่ผลเสมอเข้าทางสุดๆแต่อะไรก็ตามที่มันไม่ยุติธรรมหรือค้านสายตา ผมก็ไม่รู้สึกเห็นดีเห็นชอบอะไรด้วยเลย

นี่เหรอครับเตรียมใช้กฏ Sin bins ที่มีแผนจะนำมาใช้ในอนาคต “แจกใบส้ม” ให้กับนักเตะที่เถียงกรรมการ

ตัดสินแบบนี้แถมห้ามแสดงอารมณ์, ห้ามวิจารณ์ สงสัยสโมสรพรีเมียร์ต้องก่อตั้งกลุ่มองค์กรขึ้นมาเพื่อคานอำนาจซะแล้วมั๊ง

อย่าลืมว่าตัวทำเงินขายลิขสิทธิ์ให้ทั่วโลกคือ 20 ทีมนะ ไม่ใช่พวกเอฟเอ หรือ PGMOL (โปเกม่อน) เขาลงทุนกันพี่ร้อยกี่พันล้าน เอาคนถือกฏไร้คุณภาพแถมตั้งตัวเป็นสมมุติเทพอีก

นี่อาจเป็นประตูชัยของ “เรือใบ” ได้เลยแต่เมื่อผลออกมาแบบนี้ทำให้ เป๊ป กวาดิโอล่า ตอนนี้ไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 3 เกมติดซึ่งเกิดขึ้นไม่ง่ายเลย (เสมอรวดทั้งกับ เชลซี, ลิเวอร์พูล และล่าสุดกับ สเปอร์ส)

จริงๆแล้วซีซั่นนี้ ซิตี้ ใช้โอกาสเปลืองแบบแปลกประหลาด เป็นแบบนี้มาหลายเกมจนแต้มหกเรี่ยราดซึ่งผิดวิสัยเหลือเกิน

เกมนี้ตอนเสมอ 1-1 ฮาลันด์ ได้ยิงแบบวางเท้าเหน่งโคตรๆ บอลหลุดเสาจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา จังหวะนี้ วิคาริโอ ผู้รักษาประตู “คลับไก่” หลุดตำแหน่งไปแล้ว แค่ยิงตรงกรอบยังไงก็เข้า

เรื่อยไปจนถึงจังหวะปั่นโค้งๆของ โดกู ในนาที 29 ที่ชนคานและมาชนเสาผ่านเส้นหน้าประตูไปอีก ใครเห็นก็ว่าหาย

หมดยัง ยังๆๆ อีก 5 นาทีต่อมา อัลวาเรซ ยิงชนเสา, นาที 75 โรดรี้ ได้บอลตั้งยิง 7 หลาข้ามคาน

เป็นการยื้อชีวิตคู่แข่งให้ฟื้นกลับมาแว้งกัดเหมือนวันที่เสมอ ลิเวอร์พูล เป๊ะๆ (โอกาส 16 ต่อ 8) และกับ สเปอร์ส (18 ต่อ 8)

ในขณะที่ “ไก่เดือยทอง” ของ แอนจ์ ปอสเตโคกลู ใช้โอกาสที่มีอยู่ไม่มากแต่เข้าเป้าและการบุกมายิงที่ เอติฮัด ถึง 3 ลูกไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆด้วย

และต้องบอกด้วยว่าแอบโชคดีอยู่พอสมควรเพราะ บิสซูม่า เล่นโง่ๆหน้าประตูจนโดนยิง 3-2 ในนาที 81 ซึ่งต้องบอกว่าปกติแล้วยิงนำท้ายเกมแบบนี้ ซิตี้ เขามักปิดเกมได้ตลอด

ครับผลเสมอของ ซิตี้ ไม่ใช่แค่ 2 แต้มที่หายไปและอดขึ้นมาอยู่รองจ่าฝูงเท่านั้นแต่พวกเขาจะเสีย 2 ผู้เล่นสำคัญในเกมเยือน แอสตัน วิลล่า ในคืนวันพุธนี้อีกด้วย

นั่นคือ โรดรี้ ที่ถูกใบเหลืองในครึ่งแรกและ แจ็ค กรีลิช ที่เตะบอลทิ้ง

กรีลิช ไม่เท่าไหร่แต่ โรดรี้ นี่แหละครับที่เคยโดนแบน 3 นัดเพราะโดนไล่ออกในเกมพบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ส่งผลทำให้ “เรือใบ” แพ้ทั้ง 3 เกมคือพบ วูลฟ์, อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก และกับ นิวคาสเซิ่ล ใน คาราบาว คัพ

รวมถึงยังต้องเช็กฟิต โดกู ที่ถูกเปลี่ยนออกในนาที 52 เพราะมีปัญหาบาดเจ็บอีกต่างหาก

ผลงานแกว่งๆของ “เรือ” ทำให้การแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เบียดกันสูสีอย่างไม่เคยมีมาก่อน

แม้ท้ายที่สุดผมยังเชื่อว่าลูกทีมของ เป๊ป ที่เคยผ่านประสบการณ์ทั้งผู้นำและผู้ตามจะยืนระยะได้สม่ำเสมอกว่าทีมอื่น

และต้องไม่ลืมว่า “แชมป์เก่า” เขายังมีช่วงเข้าเบรกกด “อัลติ” ซักประมาณ กพ.-พค. ไว้ให้ทุกท่านท้อใจอีกต่างหาก

แนะนำว่าตอนนี้ทีมไหนตุนได้ตุนก่อนดีกว่าครับ…

สถิติ สถิติ สถิติ

เดยัน คูลูฟเซฟสกี้ เป็นนักเตะคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงประตู “นัดเยือน” ใส่แชมป์เก่า 3 ฤดูกาลติดหลังก่อนหน้านี้ แดนนี่ เมอร์ฟียื เคยทำไว้ 4 ฤดูกาลติดต่อกัน (2000-01 ถึง 2003-04)

มีนักเตะเพียง 5 คนเท่านั้นที่ยิงประตู, แอสซิสต์ และทำ OG. ในเกมเดียวกัน

เควิน เดวีส์ vs แอสตัน วิลล่า, ธันวาคม 2008

เวย์น รูนีย์ vs สโต๊ค ซิตี้, ตุลาคม 2012

แกเรธ เบล vs ลิเวอร์พูล, พฤศจิกายน 2012

เจคอป แรมซีย์ vs แมนฯยูฯ, พฤศจิกายน 2022

ซน เฮือง มิน vs แมนฯซิตี้, ธันวาคม 2023

จิโอวานนี่ โล เซลโซ่ ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ติดต่อกัน 2 เกมติดหลังก่อนหน้านี้ยิงได้แค่ 1 ลูกจาก 58 เกมเท่านั้น โดย 2 จาก 3 ประตูในลีกที่เขาทำได้นั้นมาจากการเจอ แมนฯซิตี้ (อีกลูกเดือน พย. 2020)

ประตูที่ ซน เฮือง มิน ยิงให้ สเปอร์ส ขึ้นนำกับลูกทำเข้าประตูตัวเองห่างกันแค่ 137 วินาที โดยแข้งพลังโสมเป็นเพียงผู้เล่นคนที่ 2 ในพรีเมียร์ลีกที่ยิงประตูและทำเข้าประตูตัวเองใน 10 นาทีแรกของเกมโดยก่อนหน้านี้เป็น แกเรธ แบร์รี่ เคยทำไว้ในเกมที่ แอสตัน วิลล่า พบ ชาร์ลตัน เมื่อปี 1999

ที่มา: soccersuck

เว็บไซต์ดูราคาบอล Tarangball ที่คอบอลไม่ควรพลาด : บ้านผลบอล